หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » Burn Rubber เปิดที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์สปอร์ตระดับสากล “Ride with the legends” จาก 3 นักแข่งระดับตำนาน MotoGP

Burn Rubber เปิดที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์สปอร์ตระดับสากล “Ride with the legends” จาก 3 นักแข่งระดับตำนาน MotoGP

โพสโดย : kraisorn | วันที่ : 19 December 2018 |
หมวดหมู่ : ข่าวประชาสัมพันธ์

Burn Rubber เปิดที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่มอเตอร์สปอร์ตระดับสากล “Ride with the legends” ผนึก 3 นักแข่งระดับตำนาน MotoGP ถ่ายทอดทักษะและดึงศักยภาพการขับขี่ ในงานเปิดตัว “Burn Rubber Riding Academy & Track Days

บุคคลในภาพ จากซ้ายไปขวา มิสเตอร์เจเรมี่ แมควิลเลี่ยม, มิสเตอร์เฟาส์โต ริชชี่, มิสเตอร์จิอานลูก้า ลอซซี่ – ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์, มิสเตอร์รอสส์ ชีลด์ส – ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท สยามมิชลิน จำกัด, มิสเตอร์ลอริส คาปิรอซซี่

บริษัท Burn Rubber จำกัด เขย่าวงการสองล้อ!!! เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Ride with the legends”(ไรด์ วิธ เดอะ เลเจนด์) โดยได้ 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีระดับตำนานอย่าง ลอริส คาปิรอซซี (Mr. Loris Capirossi) เจเรมี่ แมควิลเลี่ยม (Mr. Jeremy McWilliams) และเฟาส์โต ริชชี (Mr. Fausto Ricci) มาร่วมเป็นผู้ฝึกสอนพิเศษ ในโอกาสเปิดตัว “Burn Rubber Riding Academy & Track Days” (เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์) สถาบันสอนขับขี่แนวมอเตอร์สปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทยที่มีมาตรฐานหลักสูตรครบเครื่องทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติระดับสากล พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ร่วมกิจกรรมพิเศษ “Duo experience” ซ้อนท้ายนักแข่งโมโตจีพีเพื่อสัมผัสกับที่สุดแห่งความแรงระดับโลก

มิสเตอร์จิอานลูก้า ลอซซี่ ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์ กล่าวว่า “Burn Rubber Riding Academy & Track Days (เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์) เกิดขึ้นจากกระแสความนิยมมอเตอร์สปอร์ตที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยผนวกกับความตั้งใจของบริษัทฯ ในการที่จะยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ขับขี่ที่สนใจการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แนวมอเตอร์สปอร์ตให้สามารถต่อยอดไปถึงการเป็นนักแข่งอาชีพ

และฝึกฝนทักษะสำหรับปรับใช้ในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน โดยเน้นย้ำในเรื่อง “ความปลอดภัย” สูงสุด นอกจากการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรที่มีความเข้มข้นและเจาะลึกในภาคทฤษฎี และต่อยอดสู่การสัมผัสประสบการณ์จริงในภาคปฏิบัติในสนามแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังจะได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ และรับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดกับนักแข่งและผู้ฝึกสอนอาชีพทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งล้วนแต่มีประสบการณ์ในการ ขับขี่การันตีความสามารถด้วยการแข่งขันในรายการใหญ่ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

โดยการเรียนการสอนทั้งหมดจะใช้สนามแข่งที่มีมาตรฐานสูงสุดในประเทศไทย ประกอบด้วย สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามไทยแลนด์ เซอร์กิต จังหวัดนครปฐม และสนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี อีกทั้งยังมีทีมแพทย์ภาคสนาม (Doctor on track) ที่มีความเชี่ยวชาญพร้อมเข้าดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกกิจกรรม โดยสถาบันฯ จะเปิดหลักสูตรต่อเนื่องตลอดทั้งปี (ยกเว้นเดือนมกราคม และระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน) และมีหลักสูตรที่ครอบคลุมเหมาะสำหรับมือใหม่จนถึงระดับนักแข่งมืออาชีพ โดยแบ่งหลักสูตรเป็น 6 ระดับ ซึ่งผู้สนใจจะต้องทดสอบวัดระดับความสามารถและความรู้เกี่ยวกับการขับขี่ด้วยเกณฑ์การวัดระดับที่มีมาตรฐานสากลก่อนร่วมกิจกรรม

“Burn Rubber Riding Academy& Track Days” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการสร้างปรากฏการณ์สะกดสายตาเหล่านักบิดทั้งชาวไทยและต่างชาติ กับที่สุดแห่งความเร็ว แรง ระดับโลก “Ride with the legends” (ไรด์ วิธ เดอะ เลเจนด์) ที่ได้ 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีฝีมือระดับท็อปอย่าง ลอริส คาปิรอซซี (Mr. Loris Capirossi) เจเรมี่ แมควิลเลี่ยม (Mr. Jeremy McWilliams) และเฟาส์โต ริชชี (Mr. Fausto Ricci) บินตรงมาร่วมเป็นผู้ฝึกสอนพิเศษ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 5 คน ตามทักษะในการขับขี่ หลังจากนั้นแต่ละกลุ่มจะต้องผ่านการเรียนอย่างเข้มข้นในภาคทฤษฎีในแต่ละหัวข้อ เริ่มต้นด้วย

– Seating Position เพื่อลบล้างและแก้ไขพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดวิธี โดยเน้นในเรื่องการจัดท่านั่งที่ร่างกายจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกับรถ เก็บศอก เก็บเข่า ก้มโค้งแนบตัวถัง จากนั้นขยับตัวเพื่อหาจุดที่นั่งแล้วสบายที่สุด และหากมีปัญหาหัวเข่าเปิดไม่สามารถแนบตัวถังได้ ผู้ฝึกสอนได้แนะนำให้หันข้อเท้าให้ปลายเท้าหันเข้าหาตัวถัง โดยจะต้องฝึกเป็นประจำ เพื่อทำให้เกิดความเคยชิน อีกทั้งยังได้แนะนำเทคนิคการเร่งความเร็วที่สามารถลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อท่อนแขน หรือเทคนิคการกดฝ่าเท้าไปข้างหลังบริเวณส้นเท้า เพื่อทำให้อัตราเร่งเพิ่มขึ้น เป็นต้น

– ต่อเนื่องด้วยเรื่อง Braking สอนการใช้เบรกสำหรับลงสนามแข่ง โดยจะต้องใช้เบรกหน้าและเบรกหลังพร้อมกัน ให้ได้สัดส่วน 70:30 พร้อมเทคนิคการใช้เบรกหลังเพื่อชิงตำแหน่งในการแซงในสนามสำหรับการขี่ในสไตล์ Motocross รวมวิธีการหลีกเลี่ยงการใช้เบรกหน้า ซึ่งมีผลทำให้หลังยกล้อ หรือสะดุดล้มได้ง่าย และการเบรกเวลาเข้าโค้งที่ผู้ขับขี่จะต้องหาตำแหน่งในการเบรกที่เหมาะสมที่สุด (Braking Point) โดยให้มองจุดสังเกตความเร็วแล้วลองเบรกดูในแต่ละจุด ซึ่งถ้าเบรกแล้วความเร็วไม่ตก ให้ยึดว่าจุดนั้นคือ Braking Point และให้จำไลน์การเบรกนี้เพื่อใช้ในการขับขี่แต่ละรอบ เป็นต้น

– จากนั้นเรียนรู้เรื่อง Visual หรือการมอง โดยผู้ฝึกสอนให้ผู้ขับขี่มองจุดสังเกตในสนามแข่งแบบ Multi คือ มองเห็นหลายจุด เพื่อการขับขี่ในไลน์ที่เราต้องการและสัมพันธ์กับความเร็วได้อย่างเหมาะสม

– รวมถึงการเรียนในหัวข้อ Art of Cornering หรือการเข้าโค้งอย่างมีชั้นเชิง โดยผู้ฝึกสอนเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่มองที่จุด Braking Point รวมถึงมุมในการเข้าโค้ง เพื่อให้รถที่ขี่เกิดความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและแรงโน้มถ่วงภายในสนาม รวมถึงการจัดท่าโดยให้ถอยก้นไปด้านหลังในแต่ละการเข้าโค้ง จะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองและเวลาการประมวลผลที่ดีขึ้น

– ปิดท้ายด้วยเนื้อหาสุดพิเศษจากแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกอย่าง Michelin (มิชลิน) ในหัวข้อ Rubber หรือการเรียนรู้ประเภทยางและการเลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ โดยได้นำเสนอความแตกต่างของยางที่ใช้ในถนนปกติ ซึ่งจะเน้นปริมาณดอกยาง เพื่อเพิ่มพื้นที่ ในการยึดเกาะ และยางสำหรับขี่ในสนามที่ถูกพัฒนาให้มีดอกยางน้อยและมีพื้นสัมผัสของยางที่พิเศษกว่ายางปกติ รวมถึงเทคนิคการเติมลมยางระหว่างยางเย็นและยางร้อน ซึ่งจะต้องหาค่าลมที่เหมาะสมกับน้ำหนักของรถ และวิธีการสังเกตลมยางโดยการทดลองเบรก หากเบรกแล้วเกิดอาการสะบัด แสดงว่าลมยางอ่อนเกินไป แต่หากเบรกแล้วเกิดอาการกระตุก แสดงว่าลมยางมากเกินไป เป็นต้น

โดยหลังจากการเรียนจบในแต่ละหัวข้อ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละกลุ่มจะสลับกันลงสนามเพื่อทดสอบความสามารถและนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริง ซึ่งแต่ละกลุ่มจะนำหรือปิดท้ายโดย 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพีและทีมผู้ฝึกสอนภาคสนามที่สลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดกิจกรรม 2 วันเต็ม เพื่อที่จะประเมินศักยภาพในการขับขี่และให้คำแนะนำอย่างตรงจุดหลังจากที่เสร็จสิ้นภาคทดสอบของกิจกรรมในแต่ละรอบและพิเศษสุดของการเปิดตัวสถาบันฯ อย่างเป็นทางการ กับกิจกรรมพิเศษ “Duo experience” ที่ท้าทายความกล้าของเหล่านักบิดชาวไทย 15 คน ที่ได้มีโอกาสซ้อนท้าย 3 สุดยอดนักแข่งโมโตจีพี เพื่อสัมผัสกับที่สุดแห่งความแรงระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน

ทั้งนี้ “Burn Rubber Riding Academy& Track Days” ได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ระดับโลกมากมาย มาร่วมสร้างประสบการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ แบรนด์ยางชั้นนำระดับโลก Michelin (มิชลิน) ผู้นำนวัตกรรมเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่Alpinestars (อัลไพน์สตาร์) หมวกกันน็อค Shark (ชาร์ค) น้ำมันเครื่องและผลิตภัณฑ์ดูแลรถจักรยานยนต์ IPONE (อิปปอน) กล้องแอคชั่นคาเมร่า GoPro (โกโปร) รวมถึงค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นนำ อย่าง Aprilia (อาพรีเลีย) BMW Motorrad (บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด) Yamaha Riders Club (ยามาฮ่า ไรเดอร์ส คลับ) MV Agusta (เอ็มวี ออกุสต้า) และ Honda BigWing (ฮอนด้า บิ๊กวิง)

ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Burn Rubber Riding Academy & Track Days

พี่ๆอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ หรือศูนย์ตัวแทนจำหน่าย

 

สามารถ Comment ที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ รบกวนช่วยทิ้งเบอร์โทร และ อีเมล ให้ Sales ติดต่อกลับด้วยนะครับ

 

(ไม่ใช่ช่องที่ให้กรอก Email นะครับ เพราะ Sales ไม่เห็นครับ)

แสดงความคิดเห็น